แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ SOMSRI แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ SOMSRI แสดงบทความทั้งหมด

วันเสาร์ที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

!!!!!ควรฟิตได้แล้ว!!!!!(ปิดแล้วกลับไปอ่านหนังสือซะ)

(คำเตือน : บทความนี้เป็นคำบ่นไร้สาระของคนแก่ๆคนนึง อย่าได้ถือสาหรือใส่ใจมันให้มากไปนัก)

หลังจากที่ได้รู้คะแนน เกท เพค(พูดแบบอุ๊) ที่รอคอยอย่างใจจดใจจ่อกันแล้ว ป้าก็เริ่มเห็นหายนะที่ใกล้เค้ามาค่ะ

บางคนบอกว่า"ครั้งแรก ซีเรียสอะไร ยังมีครั้ง 2 ,3 อีก" ป้าไม่อยากจะตะโกนกลับไปหรอกนะคะ ว่าครั้งสองมันอีกไม่ถึงสองเดือนแล้ว ก็นะ..เฮ้ออออ

เมื่อกี้เข้าไปบอร์ดมหิดล(วิทยานุสรณ์)มา (ประหลาดเนอะป้าเข้ามาตลอดจะสามปีแล้ว) ทุกคนลองเข้าไปดูนะคะ ป้าอาจคิดมากไป แต่ดูแล้วหงุดหงิดอย่างบอกไม่ถูก(ฟิสิกส์โดนกินไปแล้ว ทุบสถิติ ทำลายสถิติ แหม) .... ป้าไม่ใช่คนประเภทโรงเรียนนิยม(ทำนองเดียวกับชาตินิยม)มากมายหรอกนะคะ เพียงแต่มีความรู้สึกภาคภูมิใจ อยากให้รร.เราโดดเด่นต่อไป เหอๆ

ก็เข้าใจอยู่ว่าทะเลาะกันไปก็ไม่มีประโยชน์ น่าจะมาช่วยกันพัฒนาประเทศ แต่...ป้ายังพูดกระแนะกระแหนกับเพื่อนที่อยู่รร.นี้อยู่เลยค่ะ(มันเริ่มก่อน ช่วยไม่ได้ที่ป้าจะไฟต์กลับ) อ.คมขำ อ.ที่สอนสังคมในชั้นม.หกใช้เวลาในคาบแรกในการปลุกระดมค่ะ คนอื่น(ในห้อง)อาจจะหัวเราะเฮฮา แต่ป้าแล้วเกิดสิ่งที่เรียกว่า กระเหี้ยนกระหือรือ ที่จะ แข่งขัน ค่ะ

ป้าว่าการแข่งขันนี้พอเอาเข้าจริงถึงมันจะเหมือนเราจะไปแข่งเปรียบกับคนอื่น รร.อื่น(นังเพื่อนคนนั้น) แต่จริงๆแล้วมันก็คือการแข่งกับตัวเองนั่นแหละค่ะ แข่งที่จะควบคุมจิตใจ หัวใจ(ผู้ชายในห้องปีนี้หล่อ-----เกี่ยวตรงไหนเนี่ย) ทำอย่างไรให้สิ่งที่มุ่งหมายประสบความสำเร็จ เวลาตอนนี้เหลืออีกไม่มากแล้วนะคะ(จริงจัง)ป้าอยากให้ทุกคนเตรียมตัวให้พร้อม --- รวมทั้งตัวชั้นด้วย - -*

แต่เท่าที่สุ่มถามตอนนี้ ดูเหมือนทุกคนจะมีทางเดินชีวิตในภายภาคหน้ากันหมดแล้ว บางคนก็อาจจะโวยวายว่ายังตัดสินใจไม่ได้ เรือนรางอยู่ แต่ป้าเชื่อค่ะ ว่า จริงๆแล้วคนๆนั้นมีทางเลือก แผน ที่วางไว้ในใจแล้ว เพียงแต่ยังไม่ได้แน่ใจกับตัวเองนัก ไม่เป็นไรค่ะ ทำคะแนนดีๆไว้จะได้เข้าได้หมด

เวลาอาจารย์เข้าห้องทีไร หรือพี่(ห้อง 58) เข้ามาคุยกับน้องที่ไร ก็มักจะถามเสมอว่าจะเรียนอะไร พอบอกหมอเกือบทั้งห้องต่างยกมือกันหมด ซื่งป้าก็ยกตามเค้าไปด้วย (ความจริงไม่ได้อยากเป็นหมอ คนที่เคยคุยกับป้าจะรู้ค่ะว่าป้าอยากได้..อะไร แต่ไม่อยากแสดงความจำนง..เอิ่ม..มันดูเว่อร์ไป) แล้วพี่ที่มาก็มีแต่หมอ(อ.บอก 38 คน - -* จากห้องนี้) มองไปทางไหนก็มีแต่หมอ ถามใครก็เอาแต่หมอ เฮ้อออ ต่อไปในอนาคตคงมีแต่เพื่อนเป็นหมอล่ะค่ะ(ถ้าพวกเธอสอบได้กันนะ โฮะๆๆๆ)

ความจริงเป็นหมอก็ดีนะคะ ไม่ใช่ว่าไม่ดี งานก็มั่นคง(หลายคนเลือกเพราะสิ่งนี้) เงินก็ดีในระดับหนึ่ง(ถ้าขยันทำคลินิก หรือรพ.เอกชนเงินจะดีมาก) แต่....จากประสบการณ์ที่ป้ามีลุงเป็นหมอ ที่มักกลับมาเล่าให้ฟังเสมอ(เพื่อไซโคไม่ให้ป้าอยากเป็น -*- ขอบคุณจากใจค่ะ - -*) คือลุงเป็นหมอยูโร---ระบบปัสสาวะชาย 0.0 ลุงบอกว่าวันๆอยู่แต่กับ... เด๋วขลิบ เด๋วทำหมัน เด๋วต่อหมัน เด๋วรักษาการแข็งตัว เอิ่ม.. - -* ลุงบอกน่าเบื่อมากเลยค่ะ(จริงหรอ) ทำงานอย่างกับกรรมกร ...จากการถูกไซโคเช่นนี้ ป้าเลย..มีความรู้สึก เฉยๆกับหมอค่ะ (แม้ว่าจะได้อยู่กับ...ทั้งวัน อึ๋ยยย)

ป้ามานั่งคิดว่าถ้าไปได้สิ่งที่ป้าอยากได้จริงๆ ป้าจะไปได้หรอ? ป้าคงเหงาน่าดูเชียวล่ะค่ะ ขนาดแค่อยู่กทม.ยังคิดถึงพ่อแม่มากมาย (ช่วงนี้โทรคุยวันนึงมากกว่าสองครั้ง) พ่อแม่ป้าก็วันๆไซโคแต่ให้เป็นหมอ ระบุชัดเจนเลยนะคะ ว่าต้องมช.(ใกล้บ้าน) ป้าก็เออออห่อหมกไปค่ะ ถ้าพ่อแม่รู้ความตั้งใจป้าว่าจะโกอินเตอร์ เหอๆๆ สงสัยบ้านแตก (ตอนนี้เหมือนพ่อแม่มีลางสังหรณ์ พร่ำบอกว่ามีอะไรให้บอกกันก่อนนะ - -*)

มีอยู่คำพูดนึงของอ.คมขำ ที่เหมือนกับอ.เมธีเปี๊ยบเลยค่ะ(ป้ายังจำได้) อ.ทั้งสองบอกให้เราในรร.ให้แข่งกันเอง...เพื่ออะไรค่ะ? ....เพื่อที่ว่าเราจะได้เข้มแข็ง และแข็งแกร่งไงค่ะ ทั้งตัวเรา และรร.ของเราเอง อ.บอกว่าหากเราแข่งกันเอง โดยอยู่ในความพอดี(ไม่แข่งแบบตายกันไปข้าง) ก็จะไม่มีไครมาชนะเราได้ รวมทั้งตัวเราที่จะประสบความสำเร็จเป็นผลพลอยได้ไปอีกด้วย อ.คมขำบอกว่ามาสอนสังคมห้อง 58 จะให้เองควีนไปถล่มห้องคิงค่ะ 555+++ เพราะฉะนั้นระวังไว้ให้ดีล่ะค่ะหลานเบน 555+

ป.ล. อยากรู้คะแนนแกทหลานเบน โดยเฉพาะภาษาอังกฤษ

ป.ล.ล. กุ๊ก ป้าลืมโทรบอก ป้าได้กระเป๋าคืนแล้วเด้อ(จากห้องสมุด) รู้ป่ะใครเอาไป? ...แก้ว เอาไป - -* เกือบด่าเปิงแล้วมั้ยล่ะ (กระเป๋ามีคนหยิบผิดที่ห้องสมุดค่ะ)

ป.ล.ล.ล. หวังว่าวันจันทร์นี้ฝนจะหยุด เริ่มเบื่อบรรยากาศที่โรแมนติกแล้ว (แม้ไม่มีใครกางร่มให้ก็ตาม)

ป.ล.ล.ล.ล. เอ่อออ จะเข้าชมรมไรกันอ่ะ (ป้ากะฟันชมรมบำเพ็ญฯค่ะ)

ป.ล.ล.ล.ล.ล. ยังไม่ได้เริ่มเทคบัดดี้เลยค่ะ (โชคดีได้ผู้ญ. ถ้าได้ช.คง เหอๆๆๆ)

ป.ล.ล.ล.ล.ล.ล. อยากกินข้าวกล้องที่โรงอาหารค่ะ

โอ๊ยยยยยยยยยยยยยยย ชั้นมาพิมพ์อะไรไร้สาระเนี่ย ไปอ่านหนังสืออออออออออออ ปิดคอมด้วยความรีบเร่ง----แล้วดูแจ๋วใจร้ายต่อ - -*

วันจันทร์ที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2551

เมื่อป้า..เป็น่โรคจิต(อ่อนๆมั้ง?)

รู้มั้ย? ตอนนี้ป้าร้อนรุ่มกลุ้มใจมากกกกกกกแค่ไหน การใช้ชีวิตประจำวันก็เริ่มเปลี่ยน ป้าขอโทษ.. ป้าไม่น่าข้องแวะกับสิ่งพรรค์นั้นเลย มันเกิดจากความผิดพลาด.... ป้าเลือกเดินเส้นทางชีวิตที่ผิดพลาดไป มันไม่มีทางหวนกลับมาแล้ว ... หุ่นช้านนนนนนนนนนนนนนน

ที่ป้าร้องห่มร้องไห้ด้วยความเศร้าเสียใจเยี่ยงนี้ ไม่ได้ว่าท้องไม่มีพ่อนะคะ(เอิ่ม ขอเล่าแทรก กลับบ้านมาพบว่านังลูกหมี หมาบางแก้วที่บ้าน มันท้องไม่มีพ่อ ต๊ายยยย..ของเขาแรงจริง) หลายคนรู้อยู่ว่าตอนนี้กำลังเกิดอะไรขึ้นกับป้า ป้า.. ป้า... ป้า... ผอมลงค่ะ(ยอมรับอย่างหน้าชื่นตาบาน) บางคนก็ว่าผอมไป บางคนก็ว่าสมส่วน บางคนก็ว่าฟันเหยิน(ขอถามว่าเกี่ยวตรงไหน?) แต่ป้าจะเล่าเบื้องหลังให้ฟังค่ะ การผอมลงนี้ มันเป็นมาอย่างไร และที่สำคัญผลกระทบที่เกิดกับป้าในปัจจุบัน(ใหญ่หลวงนักค่ะ)

...เรื่องมีอยู่ว่า...(อย่างย่อๆ)

-------ปิดเทอมใหญ่ม.สี่------

ครึ้มอก ครึ้มใจอยากออกกำลังกาย และตอนเย็นกินน้อยลง (ขออนุญาตไม่บอกแรงบันดาลใจ..ส่วนตัวมั่กๆ)

เปิดเทอม ...เริ่มผอมลง ลดไป หกกิโลฯ

-------กิจกรรมรับน้อง.. เหนื่อยมาก กินน้อยกลับดึก ลดไป สามกิโลฯ(ในเวลาอาทิตย์กว่า)

เทอมหนึ่งม.ห้า จนถึงซัมเทอมหนึ่ง ลดลงไปอีกมากมาย

โอ๊ยยยย ขี้เกียจสาธยาย สรุปว่า ปัจจุบัน 62 กิโลฯ (ค่อนข้างพอใจ)

--------------------------------------------------------------

ที่นี้จะบอกให้ว่ามันเกิดอะไรขึ้นจากการลดนน.ครั้งนี้ ป้าบอกได้เลยว่าผู้คนใกล้ตัวจะสังเกตได้ชัด(ลองถามหลานกุ๊กได้..เพราะหลานกุ๊กก็เริ่มเป็น 55) ที่นี้อาการที่กำลังเกิดกับป้า ป้าเรียกได้ว่ามันเป็น โรคจิต อ่อนๆได้เลยล่ะค่ะ ไอ้การลดนน.เนี่ยป้ากินน้อยมาก ถ้าหลายคนเห็นจะตกใจ ที่นี้ตอนน้ำหนัก 65 กก.ป้าตั้งใจจะพอแล้ว แต่มันกลับลดลงไปเรื่อยๆค่ะ อันเนื่องมาจากพฤติกรรมการกินของป้าที่ไม่เปลี่ยนไป แถมยังมีอาการทำนองว่า พอกินแล้วไม่ว่าอะไรก็ตาม จะน้อยจะมาก จะต้องบ่นให้ใครที่อยู่ในที่นั้นฟัง ไม่ว่าจะเป็น "โอ๊ยยย กินมากเลยวันนี้ , อ้วนแน่ๆอ่ะ" จนหลายๆคนเริ่มรำคาญ ต่อมาป้าก็เริ่มเกิดอาการสะใจค่ะ เวลาเห็นคนอื่นกินเยอะๆ(อันนี้น่ากัว) เวลาเห็นป้ากินเยอะๆจะรุ้สึกดีใจ แบบ เห้ยยย ป้าก็กินตั้งเยอะ..อ้วนแน่ๆ 55(โรคจิตไปแล้ว) หรือเวลากุ๊กบอกว่าแม่ทำเค้กให้กิน ก็จะแบบสะใจ ฮ่าๆๆ เด๋วมันต้องอ้วนแน่(แม้ปัจจุบันจะอ้วนแล้วก็ตาม 55) แล้วป้าก็กินน้อยลงๆๆๆ และก่อนกินจะคำนวนแคลอรี่อาหารก่อนกิน จำได้หมดค่ะอันนี้กี่แคล อันนี้วันนึงควรกินเท่าไร ...

....พระเจ้า....

ตอนนี้ป้าอยากจะบ้าตายค่ะ... กลับบ้านมาปีใหม่ มีแต่คนทักว่าผอม ผอมมาก ผอมเกินไป หัวโต ฟันเหยิน(อีกแล้ว เกี่ยวตรงไหน) ชิชะ... ป้าก็เริ่มใจไม่ดี เกิดความหวั่นไหวในหัวใจ แล้วที่นี้พ่อ แม่ และครอบครัวก็บังคับให้ป้ากิน ...

อร้ายยยยยยยยย..... ขอเน้นว่าบังคับ


กินตลอดเวลา อร้ายยยยยยยยยยย..........


กินในของที่น่ากัว.อร้ายยยยยยยย.....

ไอศกรีมเอย โมจิเอย แยมโรล หนมปังสังขยา

น่ากัวที่สุด...

.....รู้มั้ยค่ะความโรคจิตของป้า พอมีเวลาเข้าห้องน้ำ(ยังไม่ล้วงคออ้วกค่ะ ยังไม่ขนาดนั้น) ป้ารีบกระโดดตบ ฮ่าๆๆ วิดพื้นกับผนัง พยายามเบิร์นแคลอรี่ให้มากที่สุด ก่อนนอนป้าพยายามซิทอัพ ...โอ๊ยยย อยากจะบ้าตาย

ก่อนนอนก็คิดมาก

วันนี้กินไปกี่แคลอรี่ ......

พอพ่อแม่เผลอรีบตั้งข้าวให้น้อง...........

ป้าอยากจะบ้าตาย....ไม่เหลืออะไรอีกแล้ว.....

หลานนิวบอกให้ป้าอัพซะบ้าง

ป้าอัพแล้วค่ะ ระบายแล้ว

...สบายใจในอารมณ์............ (จบเอาซะดื้อๆ)




ปล. หลานๆอย่าพึ่งตกใจไป ตอนนี้ป้าทำใจได้แล้วค่ะ กินข้าวตามปกติ (พ่อแม่ให้สติได้ ว่ามันลดเกินไป) ตอนนี้ป้ากินเลี้ยงปีใหม่ทุกวัน ไม่กลัวอ้วนแล้ว(หลานกุ๊ก ป้าหายจากโรคจิตแล้วเด้ออออ)

แต่................

ระวังนะคะ.................มันจะมาโดยไม่รู้ตัว อร้ายยยยยยยยยยยยย
(สนับสนุนโดยเนเจอร์กิฟ)

วันจันทร์ที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2551

ตัวอย่าง HBP วู้ววววว

เอิ่ม..อาจจะงงว่า HBP คืออะไร มันคือแฮร์รี่ภาคหกนั่นเอง ตอนนี้ป้าได้ไปเจอตัวอย่างอันใหม่ค่ะ วู้วววววตื่นเต้น TRAILER อันนี้จะแบบเหมือนจะดูรู้เรื่องกว่าอันที่แล้ว(นิดนึง) แล้วสว่างสดใสกว่าอันที่แล้ว(มั้ง) ไปดูตัวอย่างกันเล๊ยยยยยยยยย(ด้านล่างสุด) วู้วววว HP จงเจริญ (อยากดูไวๆค่ะ)

สำหรับคนที่ดูไม่รู้เรื่องเดี๋ยวอธิบายให้ (แต่ไม่แปลละเอียดนะ...อ่อนแออังกฤษค่ะ)
(แนะนำให้อ่านก่อนสำหรับคนที่ไม่ค่อยติดตามเพื่ออรรถรส ป้ารับรองว่าเรื่องที่บอกไม่มีใส่ไข่ค่ะ เหอๆ)(จะดูไปอ่านไปก็ได้นะ)(หรือไม่อ่านเลยก็ได้ โอ๊ยยยย แล้วแต่ค่ะ)


--เริ่มมาด้วยเสียงดนตรีแบบโหยหวน--
วู้ว..แล้วเราก็ได้เห็นฉากถ้ำ นิสนึง
ดัมบี้ก็พูดทำนองว่ามันเหนือกว่าที่คิดไว้อีก(คงหมายถึงเวทย์มนตรื+ปราการในถ้ำ) (ชอบพูดไม่เปิดปาก..ฟังไม่ออกค่ะ) แล้วก็บอกว่าเป็นเวทมนตร์ที่แตกต่าง แล้วก็เอามือลูบผนังถ้ำนิสนึง ผนังก็พัง...(ไม่เห็นมีในหนังสือเลย)
แล้วดัมบี้ก็พูดอะไรซักอย่าง ฟ้าก็ผ่าเปรี้ยง แล้วก็ไปวงแหวนไฟ ได้เห็นเต็มๆซะที แต่ยังไม่เห็นอินเฟอไร - -

แล้วก็เป็นฉากในห้องทำงาน ดัมพูดกะแฮร์รี่ทำนองว่าอีกครั้งที่ดัมต้องขอให้แฮร์รี่ช่วย .อืม..
แล้วฉากก็ตัดไปมา แฮร์รี่ก็วิ่ง(อย่างรุนแรง) ดัมบี้ก็พูดตัดไปมา(คงจะแปลออก)

แล้วก็เห็นบ้านโพรงกระต่ายไฟไหม้นิดๆ ความจริงไม่มีในเรื่องนะบอกสำหรับคนที่ไม่ได้อ่าน แต่เหมือนผกก.หนังต้องการแบบสื่อให้เห็นว่าความชั่วร้ายกำลังแทรกซึม ชีเลยเมคเรื่องเพิ่มไปเลย - - ว่าผู้เสพความตายบุกบ้านโพรงกระต่าย

แล้วก็เป็นฉากรร. ดัมบี้ก็บอกทำนองว่าความมืด(อะไรซักอย่างเนี่ยแหละ)กำลังพยายามแทรกผ่านกำแพงเหล่านี้(หมายถึงในฮอกวอร์ต) แล้วเราจะเห็นแว้บนึง(ดูดีๆ แป๋ปส์เดียวเท่านั้น)เป็นผู้ชายยืนอยู่ตรงกำแพงใหญ่ๆ คงเป็นมัลฟอยที่ยืนอยู่หน้าห้องต้องประสงค์ค่ะ(ใครยังไม่อ่านรีบไปอ่านซะ นี่แหละทำให้ดัมบี้ตาย(สาเหตุในตอนนั้น)) แล้วก็ตัดฉากมาที่เจ๊เฮอร์กะรอนมองอะไรซักอย่าง แล้วก็เป็นภาพแว้บๆมีโวลดี้โผล่มานิดนึง

แล้วก็ตัดฉากกลับมาที่ดัมบี้ที่กำลังยืนเอาแขนให้แฮร์รี่จับ(พูดไปด้วย ทำนองว่าคราวนี้ ชั้นคงทำลายไม่ได้ตามลำพัง)แล้วก็หายตัวไป น่าจะเป็นตอนพาไปที่ถ้ำนั่นแหละ

หลังจากนั้นก็เป็นภาพตัดไปมา มีควิดดิช มีรอนจูบกะลาเวนเดอร์ แล้วดัมบี้ก็เอาขวดความทรงจำให้แฮร์รี่ดู(พูดไปด้วยว่า แฮร์รี่เป็นคนที่ถูกเลือก แล้วก็ถ้าไม่มีสิ่งนี้(ความทรงจำมั้งหรือตัวแฮร์รี่ แอบงง)โลกจะเปลี่ยนไป) อ๋อ...มีซลักฮอร์นดึงความทรงจำออกมาด้วยแหละ

แล้วก็มีภาพเบลลาทริกซ์เสกอะไรซักอย่าง สเนปเดินนำมัลฟอย มีแฮร์รี่วิ่งไปมา(รู้เลยว่าตอนไหน เพราะแฮร์รี่บอกว่าสู้กับฉันสิ ไอ้ขี้ขลาด) แล้วก็บลาๆๆอีกมากมาย

ตอนจบแอบพยายามฮาเล็กๆ ดูเองแล้วกัน แปลแล้วเสียอรรถรสค่ะ

ปล. อยากดูเร็วๆหว่ะ
ปล.ล. อยากดูภาคเจ็ดมากกว่า
ปล.ล.ล. ยังไม่ได้จ่ายตังค์ แกะ แพะเลย ตายค่ะตาย







วันจันทร์ที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2551

รักแล้วรักอีก :)(เปิดเผยความในใจ)

ทำไงได้......ก็เรามันคนขี้อาย.....
.
.
.
.
.
.
.
.
ทำไงได้.....ก็เราไม่กล้าบอก.....
.
.
.
.
.
.
.
ทำไงได้.....หลงรักเข้าแล้วล่ะสิ
.
.
.
.
.
.
.
.
.
****************************************************************
.
.
.
.
.
.
.
ถึงแม้อยู่ไกล..........
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.........แต่ใจก็ใกล้กัน
.
.
.
เมื่อคิดห่วงใย..........
.
.
.
มักเก็บไป....
.
.
...ให้ใจ
.
.
...ฝันถึง...
.
.
.
.
****************************************
.
.
.
.
.
.
..........................หัวปั่น..............................
.
.
.
.
.
.
.
.
.
........................ไหวหวั่น............................
.
.
.
.
.
.
.
.
.
........................เสียหลัก :)............................
.
.
.
.
.
.
.
.
.......................ไม่รู้ว่าจะทำไง..................
.
.
.
.
.
.
.
.
.
......................หลง หลง...รัก เข้าจริงจริง..........
.
.
.
.
.
.
.
*********************************************************
.
.
.
.
.
.
รักแล้ว......รักอีก
.
.
.
.
รักเข้าแล้ว.......ก็รักอีก
.
.
.
.
อย่างนี้....ไม่รู้จะว่าไง..................
.
.
.
.
.
.
.
รักแล้ว....รักอีก
.
.
.
.
รักสักครั้งที่เท่าไหร่
.
.
.
.
รักแล้ว...รักใหม่...ทุกวัน..........
**********************************************************
เฮ้อ....รักแฟนพ่อจังเล๊ยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย.....
.
.
ปล.พ่อมีแฟนคนเดียว (ไม่ได้มีกิ๊กหลายคน)
.
.
.
ปล.ล. ขอให้แฟนพ่อสวยวันสวยคืน 55+ เลิกกินกาแฟได้แล้วดูแลตัวเองด้วย (เดี๋ยวจะอ้วนกว่าเรา)

วันศุกร์ที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2551

ขอบ่นหน่อยเหอะ ~~เกี่ยวกับแสตนด์ เอ๊ะ หรือว่าสแตนด์~~

อย่างแรกคือป้าไม่รู้ว่าจะเขียนยังไงระหว่าง แสตนด์ กับสแตนด์ใครรู้ช่วยบอกหน่อยนะ - -

อย่างที่สองคือการบ่น เอาเป็นว่าป้าจะใช้แสตนด์ไปก่อนแล้วกัน

ป้านั้นได้รับมอบหมาย+พร้อมเต็มใจ ที่จะปฏิบัติหน้าที่เป็น staff ดูแลน้องๆที่จะขึ้นแสตนด์ อืม...คือเหมือนกับค่อนข้างเก็บกด 55+ จากที่ม.สี่ต้องขึ้นแสตนด์แล้วถูกพี่ๆ staff ย่ำยี จนตอนนี้เลยได้ย่ำยีน้องบ้าง เหอๆๆ คือเรื่องที่จะบ่นต่อไปนี้ก็ขอให้พวกที่อ่านในบล๊อกไม่ต้องเอาไปเม้าท์ต่อแล้วกัน เพราะยังไม่อยากจะผิดใจกับเพื่อนๆคนใด

รู้สึกการประสานงานแสตนด์สีแสดปีนี้แบบ เอิ่ม...นะ เหมือนอย่างในบล๊อกเคที่เขียนไป(เรื่องคนนั้นของตึกอ่ะ) ป้าที่ต้องไปสอนน้องเองก็เหนื่อยมาก+ถึงมากที่สุด คือเหมือนกับลีดกับประธานเชียร์จะไม่ค่อยลงรอยกันน่ะ รวมทั้งประธานตึกด้วย มั่วซั่วกันไปหมด เดี๋ยวก็เปลี่ยนตรงนั้น เดี๋ยวก็ไม่เอาตรงนี้ เราเลยค่อนข้างสับสนมากๆ ยิ่งพอรู้ถึงคอนเซ็ปตึกแล้วก็แบบ...หมดอาลัยตายอยาก 55+ เฮ้ออออทำไมชีวิตมันอนาถอย่างนี้ ตอนนี้ก็ได้แต่หวังว่า โฟว์แองจี้(จิตลดา สุภา อัปสร อีกคนไม่รู้) จะเข้ามาจัดการบ้างเหอๆๆ

ส่วนเรื่องประธานเชียร์ ป้าก็ไม่อยากจะบ่นอะไรมาก เพราะเป็นคนกันเอง แต่เท่าที่สังเกตมาการมีประธานเชียร์สามคนไม่ได้ทำให้มีอะไรดีขึ้นมาเลย เดี๋ยวคนนั้นจะเอายังงั้น เดี๋ยวคนนี้จะเอาอย่างนี้ โอ้วุ่นวายมากมาย มันทำให้การทำงานไม่คล่องตัว ต่างฝ่ายต่างไม่กล้าพูด ไม่กล้าบอก ไม่กล้าตัดสินใจ เพราะกลัวทะเลอะกัน อ่ะนะ แล้วสิ่งที่บางคนคิดออกมานั้นก็แบบ........คือ มันทำได้แต่ในทางทฤษฎี แต่ในทางปฏิบัติมันทำไม่ได้....(จากที่ได้ฟังเซตหนึ่งแบบเคลียร์ทั้งหมด) แต่..อย่างว่า ป้าก็ได้แต่ปลงค่ะ ทำอะไรไม่ได้ เพราะเค้า(ปธ.เชียร์)ก็เป็นเหมือนหัวหน้าเรา เราจะไปเจ้ากี้เจ้าการจัดแจงอะไรก็ไม่ได้..อ่ะนะ...

เมื่อคืนดูเปิดโอลิมปิค ก็ วู้วววว อลังฯดี ชอบตอนที่คนเดินบนลูกโลกอ่ะ สวยมากๆๆๆๆๆ แล้วก็ตอนแปลอักษรอ่ะที่ให้คนอยู่ในกล่องแล้วทำเป็นคลื่นๆอ่ะสวยดี คือความหวังของป้าอยากให้แสตนด์เราพร้อมกันแบบนี้ 55+ หวังน้อยจริงๆเลย

เอ้อออ..อีกเรื่องนึง การซ้อมน้องอ่ะ มันมีสามห้องช่ายป่ะ 722 726 727
สำหรับ 722 ก็ไม่มีไร เข้าใจว่าเพิ่งเริ่มซ้อมน้องได้น้อยอยู่ (เนื่องจากเกิดความผิดพลาดมากมาย) จากที่ไปดูวันศุกร์ รู้สึกยังไม่ได้ขึ้นมือเลย พอไปคุยกับกุ๊ก+staffคนอื่น กลายเป็นว่ายังไม่รู้เรื่องมือ เรื่องท่าอะไรเลย กำจิงๆ - - นี่แหละคือการประสานงานอันมีประสิทธิภาพของปธ.เชียร์ตึกเรา

726 อืม..ไม่อยากบ่นไรมาก เพราะstaff ห้องนี้ไม่ค่อยสนิทกันเท่าไร ถ้าให้พูดตรงๆก็คือ ยังไม่สามารถคุมน้องได้เลย ปล่อยเร็วมากๆๆๆๆๆๆๆ ซ้อมก็แบบอีเรื่อยเฉื่อยแฉะ น้องก็ซ้อมแบบสักแต่ว่าทำ ก็...- -

เออแล้วการปล่อยเร็วอ่ะก็แบบส่งผลต่อห้องเราด้วยอ่ะ อย่าง 726 ชอบไปสัญญากับน้องว่าจะปล่อยสี่โมง(เริ่มซ้อมบ่ายสามสิบห้า) แต่ห้องเรา 727 ปล่อยน้องสี่โมงสี่สิบห้า น้องก็มาบ่นเราอีกอ่ะ ซวยป้าอีก

สำหรับห้องเรา 727 คือไม่ได้ว่าอวด หรือว่าเพราะเป็นห้องป้าอะไรหรอกนะ แต่จากที่ดูแล้ว 727 ไปไวมาก แล้วก็ปึ๊กมากๆๆ ส่วนใหญ่ก็เพราะน้องตั้งใจทำกันดีมาก ยอมรับเลย น้องน่ารักมากๆ เลยทำให้ป้าเหนื่อยน้อยลงหน่อย ตอนนี้ก็เริ่มลงตัวกับ 727 แล้ว คือต่างฝ่ายต่างรู้จังหวะซึ่งกันและกัน บางจังหวะที่ป้าเริ่มโมโห(55+)น้องก็จะตั้งใจทำเพิ่มขึ้นอีก บางจังหวะที่น้องเริ่มเซ็ง ป้าก็พยายามทำให้น้องฮาให้หายเซ็ง

เลยทำให้การเป็น staff ปีนี้ค่อนข้างมีความสุข ก็เพราะน้องน่ารักนั่นเอง...

ปล.วันแม่เราจะนัดน้องห้องเรามาซ้อมอ่ะ - - จะเป็นไรป่ะ เห็นว่างๆไม่มีไรทำ อีกอย่างวันจันทร์กลางวันซ้อมไม่ได้(ชมรม) ตอนเย็นเราโรบอท(ให้ 711 มาคุม) ก็เลยจะนัดวันอังคารทั้งวันเลย ฟิตอย่างแรงค่ะ

ปล.ล. มีหลายคนบอกว่าป้าโหดไป(ชอบกดดันน้อง) ความจิงไม่ได้โหดเล้ยยยยย ถามความรุ้สึกน้องแล้ว น้องบอกสนุกดี

ปล.ล.ล. แสตนด์ปีนี้ป้าไม่ได้คาดหวังอะไรมาก แต่ขอที่หนึ่งก็พอแล้ว(บอกน้องประจำ 55+)

วันศุกร์ที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2551

HARRY POTTER AND THE HALF-BLOOD PRINCE

วู้ววววววววววววว รอคอยมานานแสนนาน ในที่สุดก็ออกตัวอย่างแฮร์รี่ ภาค 6 ซะที(อยู่ท้ายบทความค่ะ) อยากดูมากมาย แต่ปลายพฤศจิกายนอีกแหละ ก่อนสอบซัม - -

ความจริงป้าชอบแฮร์รี่มาตั้งแต่หนังสืออกใหม่ๆเลยล่ะ เป็นอะไรที่เอิ่ม...เวทมนตร์น่ะ..ตอนนั้นอยู่ประมาณป.3 ก็แบบถึงกับเพ้อ+คลั่งเลยทีเดียว ก็ติดตามหนังสือมาเรื่อยๆ แล้วซักพักหนังก็เริ่มออกช่ายป่ะ ซึ่งหลายๆคนบอกป้าว่า คือพออ่านหนังสือแล้ว มันจะจินตนาการไปอีกอย่างนึง ถ้าดูหนังก็จะแบบ ..อืม..เสียอรรถรส เพราะฉะนั้นอย่าไปดูเลย (หลายคนนี่คือพ่อกับแม่นั่นเอง) แต่ป้าก็ไปหามาดูจนได้...แล้วก็พบว่า...

ไม่ค่อยชอบหนังภาค 1 + 2 เลยค่ะ

ภาค 1 ศิลาอาถรรพ์(อะไรการันต์คะ) ก็แบบดำเนินเรื่องช้า ดูจนตูดเปียก ตูดแฉะก็ยังไม่จบซักที แต่รายละเอียดก็ครบ(เลยทำให้นานไง) แถมแบบจินตนาการไว้ซะเริ่ด แต่หนังก็ทำออกมาได้ระดับหนึ่ง แต่ไม่ตรงกับที่เราคิดไว้ เลยแบบแอบเสียฟิลนิสนึง

อ้อ.. ใครมีหนังภาคนี้ป้าขอหน่อยนะ รู้สึกตอนนั้นไม่ได้ซื้อเก็บไว้ หายไปไหนแล้วก็ไม่รู้...

ภาค 2 ห้องแห่งความลับ ก็อืมๆพอๆกับภาคหนึ่งเนี่ยแหละ จำได้เลยอ่ะว่าฉากแมงมุมประทับใจมาก(มั้ง) คงเป็นเพราะตอนนั้น(มาจนถึงตอนนี้)กลัวแมงมุมมากๆค่ะ แล้วก็ฉากจบที่แฮร์รี่เอาดาบกริฟฟินแทงหัวบาซิลลิสก็แบบ ......- -...... ปวดหัวเลย มุมกล้องห่วยมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆ(สำหรับคนที่ไม่เคยอ่านบาซิลลิสเป็นงูยักษ์ที่เกิดจากไข่คางคกที่ฟักโดยแม่ไก่ค่ะ ชีเลยกลัวเสียงไก่มาก แล้วก็ถ้าใครสบตาชีตรงๆแล้วก็ถึงแก่ชีวิตได้)

รู้สึกสองภาคนี้ผู้กำกับคนเดียวกัน (ห่วยได้ใจ)

พอภาคสาม นักโทษฯ ก็เปลี่ยนผู้กำกับ อืมๆๆ ตอนไปดูโรงหนังรู้สึกเปลี่ยนแปลงไปอย่างเห็นได้ชัด เรื่องเดินไว กระชับ แต่แน่นอนเนื้อหาบางส่วนก็หายไปอย่างไร้ร่องรอย รู้สึกว่าตอนนี้แฮร์รี่(คนที่แสดง)จะโตขึ้นมากแล้วก็แบบหล่อมากๆๆ 55+ ดูเสร็จเอาไปเพ้ออีกหลายวันอ่ะ ฉากที่ชอบมากที่สุดหรอ...คงเป็นตอนแฮร์รี่กับเฮอร์ไมโอนี่ย้อนเวลาอ่ะ ชอบๆๆ(ที่เฮอร์เอามือตีแฮร์รี่อ่ะ) อ้อแล้วก็คนที่แสดงเป็นดัมเบิลดอร์ในภาค 1+2 ตายไปแล้ว ก็ดูออกเลย(สำหรับเรา)ว่าภาคนี้เอาคนใหม่มาแสดง

ดัมเบิลดอร์ในภาค 1+2 จะดูแบบมีรัศมี ดูน่าเกรงขามกว่ามั้ง ไม่รู้สิ

ภาคสี่ ก็นะ..เนื้อเรื่องค่อนข้างยาว แฮร์รี่หล่อขึ้นมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกๆๆ หิ้วๆๆๆ เฮอร์ไมโอนี่ก็แบบสวยวันสวยคืนอ่ะ ชอบๆๆภาคนี้พอๆกับภาคสาม รายละเอียดหายไปเยอะเหมือนกัน ตัดตอนไวมากๆอ่ะ ฉากเขาวงกตไม่ค่อยอลังฯเลย(สำหรับคนที่ไม่เคยดู ปกติในหนังสือจะมีทั้งสฟิงค์ แมงมุมยักษ์ สกรู๊ตปะทุไฟ แต่ในหนังไม่มีซักอย่าง มีแต่ต้นไม้เลื้อยไปมา) แต่ภาคนี้โวลเดอมอร์ก็ปรากฏตัวขึ้น ว้าวววววววววว เป็นครั้งแรกที่เป็นแบบที่เราจิตนาการไว้เลย ชอบท่าจับไม้กายสิทธิ์มากๆอ่ะดูแบบชั่วร้าย+เก่งกาจ ตอนที่ไพร-ออร์อินคานตาโต้ ก็อลังการได้ใจ (ไพร-ออร์อินคานตาโต้ คือการทำให้ไม้กายสิทธิ์คายแบบจำลองคาถาที่พึ่งเสกไปจากล่าสุด โดยในภาคเกิดจากอวาดาฯ+เอ็กเปลลิอามัสน่ะ - -)

สำหรับภาคห้า รุ้สึกผิดหวังนิดๆ เหมือนป้าแก่ขึ้นเลยเฉยๆอ่ะ แล้วก็คือรายละเอียดภาคห้ามันเยอะ(1047 หน้า) เลยทำให้แบบอืมๆ ตูดแฉะกันเลยทีเดียว แต่ก็คาดหวังไว้เยอะอ่ะว่าฉากต่อสู้ที่กระทรวงจะต้องแบบอลังการงานสร้าง สำหรับเรามันน้อยไปอ่ะในหนัง มีห้องในกองปริศนาแค่สองห้องเอง เศร้าเลย (กองปริศนา กองที่รวบรวมเรื่องประหลาดๆที่ศึกษาในกระทรวงเวทมนตร์) แต่ตรงฉากสู้ระหว่างโวลเดอมอร์กับดัมเบิลดอร์ก็พอไหวนะ ชอบตรงที่ดัมเบิลดอร์ตวัดไม้ตอนแรกอ่ะ เท่สุดๆ แต่เสียดายในหนังสือที่จริงดัมเบิลดอร์มันได้เปรียบ แต่ในหนังทำซะเหมือนดัมเบิลดอร์เกือบแพ้ (อื้ม..ชอบคำพูดด้วย ดัมฯ: โง่มากนะทอมที่มาที่นี่คืนนี้ อีกเดียวมือปราบมารก็จะมาแล้วล่ะ โวลดี้ฯ : เหอะ(สีหน้าแบบเยาะเย้ย)ถึงตอนนั้นชั้นก็ไปแล้วล่ะ ส่วนแกก็จะตาย)

และแล้วก็ถึงเวลาอันสมควรวู้วววว ตัวอย่างหนังภาคหก




ภาคนี้จากตัวอย่างหนังดูแบบ มืดมนหดหู่มากๆ ความจริงในหนังสือภาคนี้ก็เศร้าสุดแล้วอ่ะ ก็อย่างว่าตอนท้ายของภาคดัมเบิลดอร์ตายนิ (ทำให้ป้าร้องไห้ตอนอ่านได้เลยทีเดียว)

แต่ชอบตัวอย่างภาคนี้มากที่สุดเลยนะ ดูประหลาดๆดี ชอบเด็กที่แสดงเป็นโวลดี้ตอนเด็ก แบบพูดได้ใจมาก

เรื่องคร่าวๆสำหรับคนที่ไม่เคยดู ในตัวอย่างดัมเบิลดอร์เอาความทรงจำ(ที่อยู่ในขวดแก้วอ่ะ)ให้แฮร์รี่ดู ในความทรงจำเป็นตอนที่ดัมบลี้ไปหาโวลดี้ตอนเด็ก(ตอนนั้นยังชื่อทอมอยู่)เพื่อจะพามาเรียนที่ฮอกวอตต์

ในห้องทำงานอาจารย์ใหญ่โรงเรียนฮอกวอตส์ขณะศาสตราจารย์ดัมเบิลดอร์พูดกับแฮร์รี่
Prof. Dumbledore : "What you are looking at are memories, in this case pertaining to one individual. This is perhaps the most important memory I've collected. I'd like you to see it."
ศ. ดัมเบิลดอร์ : "อะไรที่เธอกำลังดูนั่นคือความทรงจำ ส่วนอันนี้เป็นของคนๆหนึ่ง บางทีนี่อาจเป็นความทรงจำที่สำคัญที่ฉันได้เก็บไว้ ฉันอยากให้เธอได้ดูมัน"

::. ที่โรงเลี้ยงเด็กกำพร้าขณะที่ดัมเบิลดอร์กำลังเดินขึ้นบันไดไปพบกับทอม
Mrs. Cole : "In all the years, Tom's been here, he's never once had a visitor."
มิสซิสโคล : "ในตลอดหลายปีที่ผ่านมาทอมได้อาศัยอยู่ที่นี่ ไม่เคยมีใครมาหาเขาแม้แต่คนเดียว"(ชีเป็นเจ้าของโรงเลี้ยงเด็กกำพร้าค่ะ)

::. ที่โรงเลี้ยงเด็กกำพร้าขณะที่ดัมเบิลดอร์พูดคุยกับทอม
Tom : "You're the doctor, aren't you?"
ทอม : "คุณเป็นนายแพทย์หรือเปล่า?"
Prof. Dumbledore : "No."
ศ. ดัมเบิลดอร์ : "เปล่า"
Tom: "Who are you?"
ทอม : "แล้วคุณเป็นใคร?"
Prof. Dumbledore : "I'm like you, Tom. I'm different."
ศ. ดัมเบิลดอร์ : "ฉันก็เหมือนเธอ ทอม ฉันมีความแตกต่าง"
Tom : "Prove it."
ทอม : "พิสูจน์สิ"(ดัมเบิลดอร์หันมองไปทางตู้เสื้อผ้า แล้วไฟก็ลุกโชนเผาตู้ทันที) ความจริงในหนังสือทอมจะแบบตื่นกลัว อันนี้แบบสายตาเฉยชา - -

Tom : "I can make things move without touching them. I can make bad things happen to people who are mean to me. I can speak to snakes, too. They find me, whisper things."
ทอม : "ผมสามารถทำให้สิ่งของเคลื่อนที่โดยไม่ต้องแตะมันเลย ผมสามารถทำสิ่งเลวร้ายให้เกิดขึ้นได้กับผู้คนที่หมายมุ่งร้ายต่อผม ผมสามารถพูดกับงูได้ด้วย พวกมันหาผมกระซิบพูดด้วยกับผม"(มีหลายๆฉากประกอบ)

เห็นไม่ค่อยชัดอ่ะเหมือนมีคนตาย แล้วก็เห็นคนคล้ายๆจินนี่แต่ไม่น่าจะใช่แวบๆด้วย คงเป็นตอนเด็กๆที่ทอมไปฆ่าคนมั้ง

::. เสียงพูด (น่าจะเป็นฉากสนทนาอยู่ในห้องอาจารย์ใหญ่โรงเรียนฮอกวอตส์)
Harry : "Did you know, sir? Then?"
แฮร์รี่ : "อาจารย์รู้ตั้งแต่ตอนนั้นหรือเปล่าครับ"
Prof. Dumbledore :"Did I know I'd just met the most dangerous dark wizard of all time? ..No."
ศ. ดัมเบิลดอร์ : "ฉันรู้หรือเปล่าว่าที่ฉันพบนั้นคือพ่อมดผู้ชั่วร้ายตลอดกาลน่ะหรือ? ..ไม่"

วู้ววววววววววววว อยากดู เห็นแวบนึงป่ะ ที่ดัมเบิลดอร์เสกไฟเต็มไปหมด ว้าววววว อยากเห็นตอนสู้กับอินเฟอไร(คล้ายๆซอมบี้)

สรุป... อยากดูโว้ยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย
เครดิต เว็บมักเกิ้ลไทยจ้า

วันเสาร์ที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2551

วิธีลดความอ้วนอย่างไร..ให้(ไม่)ได้ผล


วู้ววววววววววววววววววว(เลียนแบบกุ๊ก) ในที่สุดป้าก็ได้กลับมาอัพซักที หลังจากดองจนเน่าแล้วเน่าอีก ก็ขอโทษด้วย งานค่อนข้างยุ่งมากถึงยุ่งมากที่สุด เห็นมีหลายคนถามมาว่าเมื่อไรจะอัพสักที จนวันนี้(เหมือนจะ)ว่างก็เลยอัพให้ซะเลย ส่วนexteenน่ะหรอ >< ? รอไปก่อนเถอะ เหอๆๆๆ เข้าเรื่องเลยดีกว่า วันนี้ป้าจะมาตีแผ่ความทุกข์ของคนธรรมดาคนหนึ่ง(ไม่เห็นเกี่ยวกับชื่อเรื่อง) เรื่องราวอาจเศร้าบ้างแต่ไม่ใช่รักสามเศร้าอย่างแน่นอน เรื่องเริ่มต้นจาก........ ....เช้าวันหนึ่ง..... อากาศสดใส อารมณ์เบิกบาน


สมศรี - - ป้าว่าเราอ้วนเกินไปแล้วนะ (เหมือนจะพึ่งสังเกตเห็น - -..)



อืมๆๆ จริง ลุงก็คิดว่าสมศรี - -อ้วนเกินไปแล้ว ลองไปชั่งน้ำหนักดูสิ





โอ้.... ทำม๊ายยยทำมายยย ทำร้ายจิตใจกันขนาดนี้(แค่คิด)
เมื่อป้าไปชั่งน้ำหนัก บัดนั้นเมื่อป้าได้เห็นน้ำหนักตัวเองชัดๆแล้ว(หลีกเลี่ยงการชั่งน้ำหนักมาเป็นปี) ท้องฟ้าก็พลันเปลี่ยนสี - -" เกิดวิปริตอาเพศ รอบตัวมืดแปดด้าน พรรณไม้ที่เคยเป็นผลก็กลับเป็นดอก ดอกก็กลับเป็นผล อีกทั้งยังเจอพญาสัตว์ทั้งสามนอนขวางทางอยู่ - - (คุ้นป่ะ)


.....ป้าเศร้าค่ะ.....


....เศร้ามาก.....


....เศร้ามากที่สุด....


ก็เลยปรึกษาลุงและป้า(ที่เป็นหมอ) จึงได้น้ำหนักที่ควรจะมี นั้นคือ..... ป้าบอกว่าไหนๆก็ปิดเทอมไปลดน้ำหนักให้ได้ก็แล้วกัน...


ป้าเลยตั้งปณิธานกับตัวเองไว้ว่า อย่างน้อยให้มันลดซัก 5 'โล สู้ๆๆๆๆๆๆๆๆ....


จะบอกให้ว่าปิดเทอมนั้นป้ามีกิจวัตรที่เกี่ยวข้องกับการลดน้ำหนักเยี่ยงไรบ้าง (บางอย่างไม่ควรทำตามนะหลานๆ)


อย่างแรกเลย... ป้ากินให้น้อยลงค่ะ เลิกนิสัยกินเบิ้ลซะ(2) เวลาไปกินอาหารที่ไหนถึงไม่อิ่มก็พอ แล้วก็กินข้าวน้อยๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ลดข้าวให้เหลือมื้อละไม่เกินหนึ่งทัพพี.... แต่ ทำได้อย่างเหลือหลายค่ะ ในวันนึงเนี่ยไปกินข้าวนอกบ้านเฉลี่ยซะสองมื้อ เช่น ไปสั่งข้าวผัดกระเพราเค้าก็ให้ข้าวมาเต็มจาน - - ไอ้จะกินไม่หมดก็เสียดาย เลยต้องกินให้หมด


....ป้าเลยได้พบอาการอย่างแรกค่ะ เมื่อเราลดน้ำหนัก นั้นคือ....เศร้าหลังกินอาหาร..... คืออย่างตอนกลางวันกินข้าวมันไก่ไปหนึ่งจาน อีตอนกินก็อร่อยว่ะ เหอๆๆๆ แต่พอกินเสร็จสิคะ ....เศร้า... นั่งคิด นอนคิด เห้ยยยยข้าวมันไก่จานนึง 400 กิโลแคล


...พระเจ้า.... - -


ถึงกับนอนไม่หลับค่ะ เหมือนจะเป็นโรคซึมเศร้า แล้วรู้มั้ยคะว่าป้าทำยังไง พอเช้าวันต่อมา..ไม่กินข้าวเช้า คือ มื้อเช้าเนี่ยไม่ค่อยจะหิวมากอยู่แล้ว เราเลยอาศัยว่าตื่นสายๆซัก 10 โมง แล้วก็ไม่กินอะไรเลย ไม่ ไม่ ไม่ กินอีกที บ่ายสองโน้นนนนนนนนน


..แต่..


พฤติกรรมแบบนี้ทำให้ป้าค้นพบอาการอีกอย่างหนึ่งค่ะนั่นคือ ตบะแตก คือ มันหิวมากๆๆๆๆๆๆ พอเห็นข้าวแล้วก็กิน กิน กิน กิน กิน กลายเป็นว่ากินเยอะกว่าแบบกินข้าวเช้าอีก กรรมจริงๆ เห้ออออออออ


จะควบคุมปริมาณอาหารอย่างเดียวก็ไม่เป็นผลหรอกค่ะถ้าไม่ออกกำลังกาย วู้วววว การออกกำลังกายเป็นเรื่องที่ป้าภูมิใจนำเสนออย่างยิ่ง เพราะเป็นสิ่งเดียวที่ป้า(เหมือนจะ)ประสบความสำเร็จ


จำได้เลยว่าปิดเทอมกลับไปบ้านวันแรก ฟิตจัดค่ะ แบบโม้กับปู่ ย่า (นั่นก็คือพ่อแม่ของป้า)ไว้มากทำนองว่าอยู่ที่กทม.นะออกกำลังกายทุกวัน ....วิ่งเลยค๊า...วันแรก แบบเราต้องทำให้ได้ 30 นาที ถือนาฬิกาไว้เลย ป้าแบ่งอารมณ์เวลาวิ่งไว้ได้ 4 step ค่ะ ดังต่อไปนี้


1. ชิลด์ ชิลด์ เป็นอารมณ์เริ่มแรกขณะวิ่งค่ะ จะเกิดขึ้นประมาณ 5-10 นาที แบบเริ่มวิ่งใหม่ๆก็สบายๆ มันยังไม่เหนื่อยมาก วิ่งไปได้เรื่อยๆ เหงื่อยังไม่ออก อากาศดูสดใส ลมพัดเย็นสบาย ประมาณว่าเราเนี่ยช่างโชคดีจริงที่รักสุขภาพ โฮะๆๆๆๆ


2. เริ่มเหนื่อย ช่วงนี้เริ่มเหนื่อยตามชื่อระยะค่ะ คือเหงื่อเริ่มออก หายใจถี่ขึ้น แต่ใจก็ยังสู้อยู่ วิ่งต่อไปอย่างไม่ลดละ ถ้ามีคนมาเห็นตอนนี้จะแบบตัวลอยค่ะ ยิ่งคนเห็นเป็นคนน่าตาดี แล้วชมว่ารักสุขภาพจังครับ(ป้าเจอมากับตัวเอง) วู้วววววววว ...แต่ยังไงก็เริ่มเหนื่อยแล้ว...


3. ใกล้ตาย เป็นระยะที่ทรมานที่สุด คือ เหมือนกับว่าเมื่อไรมันจะจบซะที เริ่มท้ออย่างแรง ระยะนี้อย่าดูนาฬิกาเป็นอันขาดค่ะ จะรู้สึกว่าทำไมเวลามันเดินช้าเหลือหลาย แล้วก็จะหอบอย่างรุนแรง + จุกท้องเป็นระยะๆ ระยะนี้ต้องการกำลังใจอย่างมาก ถ้าใจไม่สู้พอจะหยุดทันที แล้วจะเกิดอาการ เศร้า ว่าเราทำไม่สำเร็จ(ซื่งไม่เคยเกิดกับป้า) ถ้ามีคนมาอยู่เดินหรือวิ่งด้วย ก็จะช่วยให้ผ่านระยะนี้ได้อย่างปลอดภัย


4. วู้วววววว เป็นระยะที่เมื่อดูนาฬิกาแล้วเหลือเวลาอีก 5 นาทีจะครบ 30 นาที เราก็จะดีใจอย่างแรง รู้สึกว่าวิ่งเนี่ยชิลด์ค่ะ เราก็จะวิ่งไปเรื่อยๆๆ แบบสบายใจ และโลกสดใส พอวิ่งเสร็จจะเกิดอาการที่เรียกว่าตาฝาดค่ะ คือรู้สึกว่าตัวเองผอมอย่างฉับพลัน -- แบบวิ่งเสร็จแล้วดูมีทรวดทรงองค์เอว 55+ เป็นอาการโรคจิตของป้าเองค่ะ


และแล้วการลดความอ้วนก็ผ่านไป เหมือนว่าจะประสบความสำเร็จ เมื่อมาชั่งน้ำหนักในอีกเดือนต่อมาก็พบว่า ลดลง ...กิโล แต่ก็ไม่มาก เห้อออออ


แต่ก็ไม่เป็นไรค่ะ ขอแค่มีสุขภาพกายใจแข็งแรง(แม้จะโดนล้อว่าช้างบ้าง อ้วนบ้าง) ก็มีความสุขแล้ว เนอะ


ไปแล้วค่ะ ป้าเรียก ไปตีแบดกับป้าก่อน ตอนกำลังฮิตตี แล้วจะอัพให้บ่อยขึ้นนะ(ถ้ามีอารมณ์) บ๊ายบาย...

วันศุกร์ที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2551

เปิดใหม่! สูญการค้าบัวศรีดีพาร์ทเม้นสะโตร์.....

เปิดใหม่!!!!!
ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ศูนย์รวมความบันเทิง ตั้งแต่โรงหนัง ไปถึงสนามกีฬา
ไลฟ์สไตล์ อเวนิวขนาดใหญ่
ฟู้ดฮอล์ที่จุคนได้กว่า 250 คน
พบได้ที่นี่....
-------สูญการค้าบัวศรีดีพาร์ทเม้นสะโตร์--------
เจอกันเร็วๆนี้
เริ่มสร้างในปี 2008/3/22
แล้วเสร็จ 2008/3/25
แล้วเจอกัน!
ความยิ่งใหญ่ที่หาใดเหมือน
ความสวยงามที่หาสิ่งใดเทียบเคียง
ความหรูหราสไตล์ฝรั่งเศสปนนิวยอร์ก
แล้วเจอกัน
.....บัวศรีเอ็กซ์ทีน.....
(ถ้ามีปัญญาทำนะคะ)
เพื่อไม่ให้เอนทรี่นี้เสียป่าว (เดี๋ยวป้าจะไปเที่ยวกับญาติค่ะ พิมพ์อย่างรีบเร่ง) ขอแฉอะไรหน่อย เมื่อวาน 21/3 ป้าได้ไปดูหนังชัตเตอร์ของฮอลลีวู้ด ที่มาบุญครอง ซึ่งเนื้อหาก็เหมือน(คล้ายๆ)กับของไทยเลยค่ะ แต่ก็สนุกดี แต่ตอนค่อนๆเรื่อง ผีแบบกำลังออกมาหลอกพระเอก ผีปีนขึ้นไปบนเตียง(กรุณานึกภาพตาม) หน้าตาแบบผีญี่ปุ่นค่ะ แล้วชีก็ถอดเสื้อ แต่เนื้อตัวชีแบบ....เน่าเฟะ กำลังลุ้นได้ที่ พรึ่บ! ไฟดับค่ะ ทั้งโรง หนังหายไปเลย ไฟฉุกเฉินสว่างขึ้น โคตรเซ็ง หมดอารมณ์เลยค่ะ รออีกตั้ง 20 นาที ถึงมีเจ้าหน้าที่เข้ามาถามว่าเมื่อกี่ถึงตอนไหนแล้ว...- -* ป้าก็บอกว่าถึงตอนที่ผีมันอยู่บนเตียงกำลังจะถอดเสื้อ น่าโมโหจริงค่ะ ป้าคิดว่าน่าจะคืนเงินให้ลูกค้า(ซัก 50 บาท)เพื่อเป็นการแสดงความรับผิดชอบ เซ็งจริงๆ แพงก็แพง 150 (ดิจิตอล)รู้งี้ไปดูพารากอนดีกว่า ราคาเท่ากันเลย
จบ

วันศุกร์ที่ 14 มีนาคม พ.ศ. 2551

ดาว...และ....ตะวัน


เคยลองสังเกตบ้างมั้ย?

บางครั้งโชคชะตามักจะเล่นตลกกับหลายๆอย่าง

ไม่เว้นแม้กระทั่ง..........

ดาว.....และดวงตะวัน

ดวงตะวัน.....ที่เราจะพบได้ตอนกลางวัน พร้อมกับแสงสว่าง และการดำเนินของชีวิตทุกชีวิต

ดวงดาว......ยามค่ำคืน....ยามที่ทุกอย่างต่างก็พักผ่อน ความเยือกเย็น และหงอยเหงาของกลางคืน

ดาว และตะวัน ไม่เคยแม้แต่จะได้เห็น นึกถึงแต่ละคน อาจเป็นเพราะอยู่คนละฝากฟ้าแต่ก็ฟ้าเดียวกัน

..............เมื่อคนหนึ่งมา ......อีกคนต้องจากไป...............

แต่แล้ว.......... โชคชะตา ก็เล่นตลกกับดวงดาว

ยามใกล้รุ่ง ความมืดมิดเริ่มหดหาย แทนที่ด้วยแสงตะวันยามเช้าที่แสนแจ่มใส

ยามที่ดาวทั้งหลายต้องจากไป.............

ยามที่ตะวัน จะต้องมา............

..............ยังมีดาวอยู่ดวงหนึ่ง................เฝ้าถามตัวเอง.....

กับคำถามที่เคยได้ยิน.....จากพระจันทร์

คำถามที่ดาวหลายๆดวงนั้น มักจะถามพระจันทร์เสมอๆ

คำถามที่พระจันทร์นั้น......ตอบไม่ได้ หรือไม่ได้ตอบ

คำถามที่ดาวดวงนี้....ยังไม่เข้าใจ

ความสุขของการได้รักใครซักคนนั้น....เป็นเช่นไร ?
พระจันทร์ไม่เคยตอบคำถามนี้เลยซักครั้ง ......ไม่ใช่เพราะตอบไม่ได้......
แต่.......
พระจันทร์บอกเพียงว่า .....ยังไม่ถึงเวลา..... เมื่อกาลเวลาผ่านไป.... ทุกคนก็ต้องได้พบเจอ
ดวงดาว
ได้แต่เฝ้ารอ และถามตัวเองเสมอ
เมื่อไร....จะถึงเวลา ?
ยามใกล้รุ่ง ดวงดาวมัวแต่คิด คิด คิด คิด....... จนไม่สังเกตว่า แสงทองยามเช้า เริ่มทอแสง ในฟากฟ้าอันมืดมิด
จนกระทั่ง.......ดวงตะวันได้โผล่พ้นขอบฟ้า
ดวงดาวก็ได้รู้.......
ความสุขของการได้รักใครซักคนนั้น....เป็นเช่นไร
......หัวใจของดวงดาว ....เต้นแรงเหลือเกิน
..........ช่วงเวลาอันยาวนาน ที่ดวงดาวได้เกิดมา และอยู่อย่างไม่รู้จักความรักนั้น ช่างไร้ความหมายโดยสิ้นเชิง หากเทียบกับช่วงสั่นๆ ที่ดวงดาวได้เรียนรู้ว่า.....
ความสุขของการได้รักใครซักคนนั้น....เป็นเช่นไร
แต่......
ดวงดาว ไม่มีทางที่จะได้พบดวงตะวัน
...
......ไม่มีจะรักแค่ไหน
........โชคชะตาขีดไว้ให้ดาว และตะวัน อยู่ฟ้าเดียวกัน..........
..............เมื่อคนหนึ่งมา ......อีกคนต้องจากไป...............
ดวงดาวได้แต่รอ และเฝ้าอธิษฐาน.....
ดวงดาวเฝ้ามองที่ขอบฟ้า.....ทุกวัน
แม้จะได้เจอแค่แสงรำไรของตะวัน
แม้ว่าดวงดาว จะต้องดับแสงของตัวเอง
ดวงดาวยังคงเฝ้ารอ.....ทุกวัน
....
.......ทุกวัน.......
.......ทุกวัน.......
.......เรื่อยไป......
........และตลอดไป........

....เธอกับฉันเหมือนดาวกับดวงตะวัน
ไม่มีทางที่เราจะพบ จะมาเจอกันเหมือนคนทั่วไป
ไม่ว่ารักกันแค่ไหน โชคชะตาขีดไว้ให้เราอยู่ฟ้าเดียวกัน แต่ไม่มีวันที่จะมาเจอกันได้อย่างใครๆ
......ฉันมองที่ขอบฟ้า รอเวลาที่เธอจะมา แม้จะได้เจอแค่เพียงแสงรำไร แค่เพียงไกลๆ
แม้ว่าจะต้องดับแสงของตัวเอง แลกได้ทุกๆอย่าง
.....หากการสิ้นแสงตัวเอง คือการได้พบเจอเธอ
....ชาติที่แล้วคงทำอะไรไว้
จึงมีผลให้เราต้องผลัดต้องพราก มีความรักที่ยากเย็นและเป็นทุกข์ในวันนี้
ได้แต่อธิษฐานให้เราหมดทุกข์เสียที ได้พบเจอกัน และก็ไม่มีวัน จะจากกันไป
.......ฉันมองที่ขอบฟ้า รอเวลาที่เธอจะมา แม้จะได้เจอแค่เพียงแสงรำไร แค่เพียงไกลๆ
แม้ว่าจะต้องดับแสงของตัวเอง แลกได้ทุกๆอย่าง
หากการสิ้นแสงตัวเอง คือการได้พบเจอเธอ..
.....จะยอมเพื่อเธอเสมอ หากการที่ฉันดับแสง คือการได้พบเจอเธอ..
เครดิต : เพลงดาวกับตะวัน นิว+จิ๋ว

วันพุธที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2551

รักเธอไปทุกวัน(ว่าด้วยเรื่องชีวิตประจำวัน)

-.- โทษทีนะคะ ช่วงนี้ไม่ค่อยได้อัพ(ดองมากว่าสิบชาติ) แหะๆ คือรู้สึกเหนื่อยๆ(ก็ต้องตื่นตีห้าทุกวัน) แล้วก็อารมณ์แปรปรวนยังไงก็ไม่รู้ เดี๋ยวร่าเริง เดี๋ยวเซ็ง ปรับตัวตามอารมณ์ตัวเองไม่ทันจริงๆค่ะ ไม่ค่อยมีความคิดสร้างสรรค์ว่าจะลงอะไรดี เลยอยากจะเอาชีวิตประจำวัน(ของป้าเอง)มาลงค่ะ มันเป็นกิจวัตรที่ "น่าเบื่อมาก" เลยทำให้ชีวิตวัยรุ่นของป้า(ค่อนข้างขัดแย้ง)ต้องสูญสิ้นความสนุกสนานไปจนเกือบหมด

ปิดเทอม คืออะไร?
มันคือ ช่วงเวลาแห่งความสุขของวัยเรียนที่ผู้ใหญ่อิจฉา
คือ ช่วงเวลาแห่งแผนการณ์ “ปิดเทอมทำอะไรดี”
หรือ ช่วงเวลาแห่งความลับ “ปิดเทอมทำอะไรมา”
อาจเป็น ช่วงเวลาที่พรวดพราดผ่านไปคล้ายนั่งไทม์แมชชีน ยามเรามีสุข
แต่บางครั้งก็เป็น ไอ้จอมอุ้ยอ้าย น่าเบื่อ ยามเรามีทุกข์
บางคนสูงขึ้น บางคนผอมลง บางคนอกหัก บางคนตกหลุมรัก หลากหลายเรื่องราวเกิดขึ้นในปิดเทอม ฤดูร้อนที่เต็มไปด้วยความเปลี่ยนแปลงและว้าวุ่นของวัยรุ่น

แต่ปิดเทอมของป้านั้นเป็น....อนิยามค่ะ....- -*
นี่คือวีถีชีวิตของสาวบ้านนาคนหนึ่งค่ะ (แต่เข้ามาเรียนในเมืองกรุงฯนะ 55+)

ตี 5 บางวันอาจจะเป็นตี 5 15นาที แล้วแต่อารมณ์ค่ะ : ตื่นนอน(จากเสียงนาฬิกาปลุกที่แสนโหดร้าย) ...เวลาลุกขึ้นมานี่แบบ...เฮ้อ...ชีวิตนี้ทำไมรันทดนัก ปิดเทอมแล้วยังต้องตื่นตีห้าอีก


ตี 5 - ตี 5 สามสิบนาที : อาบน้ำแปรงฟันค่ะ ช่วงนี้อากาศแห้งมาก คันไปทั้งตัว ต้องทาครีมก่อนไปทุกวัน


ตี 5 สามสิบนาที - ตี 5 สี่สิบห้า : ออกจากบ้านค่ะ เริ่มตั้งแต่ไขประตูบ้านออก เดินไปในถนนมืดๆ เรียกมอไซค์ฯ ให้ไปส่งที่ป้ายรถเมล์ ตรงนี้ก็เซ็งสุดๆค่ะ--เพราะว่าป้าดันไปมีเรื่องกับพวกวินมอไซค์ฯ ......จะเล่าให้ฟังว่าวันนั้นป้าตอนป้าเรียกมัน(มอไซค์) เห็นมันรับเงินผู้โดยสาร 15 บาท เป็นเหรียญห้าสามเหรียญ(ยืนใกล้มากเลยเห็น) ที่นี้มันก็ไปส่งป้าที่ป้ายรถเมล์ค่ะ ค่านั่งทั้งหมด 15 บาท ป้าจ่ายแบงค์ 20 ไป มันหันกลับมาทำหน้ากวนส้_เท้าแล้วบอกว่าไม่มีเหรียญห้าบาททอน ....อ้าว ไอ้นี่ ม่ะกี้เห็นได้อยู่แหม่บๆ.....ป้าก็แบบ..ทำไงดีวะ แต่ด้วยสมองอันชาญฉลาดของป้า 55+ ป้าเลยลงทุนข้ามถนนไปแลกเหรียญกับป้าขายกล้วยปิ้งค่ะ(ไกลมั่กๆ) โคตรสะใจเลย หลังจากวันนั้นมาป้ากับวินมอไซค์ก็ไม่ถูกกันโดยปริยายค่ะ มันชอบแซวป้าประจำ - -*


ตี 5 50 : ขึ้นรถเมล์ค่ะ สายดังต่อไปนี้ 507 508 511 513 แต่การขึ้นรถเมลล์ก็ไม่ได้สบายอย่างที่คุณคิด มันชอบมีรถเมลล์แบบเกรดต่ำๆค่ะ ไปศรีเอี่ยม มีเยอะมากเป็นสิบคัน ปกติรถเมลล์เค้ารับผู้โดยสารแล้วไปต่อเลย แต่อิพวกนี้มันจอดรอผู้โดยสารค่ะ เกะกะมาก ทำให้การขึ้นรถเมลล์ของป้าอันตรายอย่างเห็นได้ชัด


6 โมง 35 นาที : ถึงอ่อนนุชค่ะ ป้าก็จะแวะไปกินข้าวร้านแถวๆนั้น กินอยู่ทุกวันค่ะ "ข้าวมันไก่" จนตอนนี้หน้าเป็นไก่ไปแล้ว


7 โมง : ขึ้น bts ค่ะ (ขนมปังยามาซากิบนบีทีเอส หอมมากอ่ะ ได้กลิ่นทุกวันแต่ไม่กล้าซื้อ-แพง-)


7 โมง 25 นาทีนิดๆ : และแล้วก็มาถึง อุ๊แลนด์ค่ะ พญาไท คนเป็นหนอน ข้ามถนนทีนึงนี่จะเหยียบกันตาย แล้วป้าต้องไปเรียนอุ๊ที่ชั้น 15 ซึ่งเป็นชั้นเกือบสูงสุด ลิฟท์ก็มีแค่สามตัว แต่คนมีประมาณสามแสน - -* อย่าหวังว่าจะได้ขึ้นลิฟท์ค่ะ ผลสุดท้ายป้าก็ต้องขึ้นบันไดเลื่อนไป เฮ้อ......


7 โมง 30 นาที - 10 โมง : นั่งเรียนอุ๊ค่ะ ก็เพลินดีเรียนไปเรื่อยๆ ชอบมีพนักงานเค้ามาวีนให้เปลี่ยนที่บ่อยๆ คือที่จริงเค้า fix ที่ค่ะ แต่เรานั่งมั่วกันเพื่อจะได้นั่งกับเพื่อน ป้าเจอบ่อยมาก พนักงานคนนี้เดินมาหน้าเรียบๆ"ขอดูหนังสือหน่อยค่ะ" แล้วก็ให้เราย้ายไปนั่งที่เดิมกับใครก็ไม่รู้ ...เฮ้อ...เซ็ง (อิคนนั่งข้างๆก็โคตรเก่งแบบอยู่ใกล้แล้วกดดัน)


10 โมง : เลิกเรียนค่ะ ก็จะลงไปฉี่กันที่ชั้นสองทุกวัน แล้วก็จะเจอเอมี่(เอาอินุฯมาให้...ป้าติดแล้วค่ะ) แล้วก็แยกย้ายกันกลับ บ้างก็ไปเรียนต่อ บ้างก็ไปสยามต่อ


11 โมง - เที่ยง : เดินทางด้วยบีทีเอสอีกแล้ว แวะกันข้าวที่โลตัส เป็นแบบนี้ทุกวันค่ะ


เที่ยง - บ่าย 1 : เดินทางถึงบ้าน ดูซิคะ สรุปว่าการเดินทางกลับบ้านของป้าคือ บีทีเอส - รถเมล์ - สองแถว(ขากลับ) - มอไซค์ --


บ่าย 1 : ถึงบ้าน ก็ไม่มีอะไรทำ ไม่มีคนคุยด้วย ไม่มีใครให้คิดถึง 55+ เลยเล่มคอมค่ะ


สองทุ่ม : ดูข่าวในพระราชสำนัก - -*


อ้อ..ข้ามไปประมาณหกโมงถึง หนึ่งทุ่ม มีไปเล่นแบตกับป้าด้วยค่ะ


สองทุ่มครึ่ง : ทำการบ้านอุ๊ พร้อมกับดูละคร ไม่ว่าจะเป็นสงครามนางฟ้า นางสาวผ้าขี้ริ้ว ถ้าวันเสาร์อาทิตย์ก็ดู the star


สี่ทุ่มครึ่ง : นอน


ประมาณตีหนึ่ง : ฝันถึงใครบางคน ^ ^ (55+ อย่าคิดมากนะจ๊ะ)


นี่คือกิจวัตรประจำวันของป้า ที่จริงแรกๆมันก็ดูสบายดี แต่พอนานๆก็เริ่มเซ็งคือ เฮ้ออออออ............ เซ็ง
เพราะฉะนั้น...
วันที่ยี่สิบ ไปดูปิดเทอมใหญ่หัวใจว้าวุ่นกันนะ 55+ ใครว่างออนมาบอกป้าด้วย
บางคนอาจจะสงสัยว่า ทำไมชื่อเอนทรี่เป็น รักเธอไปทุกวัน(ว่าด้วยเรื่องชีวิตประจำวัน) ก็เพราะว่า...ปิดเทอมใหญ่นี้"รักเธอ"ไปทุกวันเลยไง....(งง) ลองไปเสิร์ซหานะ เพลงรักเธอไปทุกวันของโปเตโต้ เพราะดี ไปก่อนแระ บ๊ายบาย (มีจิ้งจกเข้ามาในห้องนอน..ทำไงดี กลัว - -")

วันอังคารที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2551

ป้าสมศรี and the gang


วันนี้เรามาพักเรื่องราวชวนปวดหัว ของเพื่อนแอบรักเพื่อน(น้องแอบรักพี่ นักเรียนแอบรักครู และอื่นๆอีกมากมาย)กันเถอะค่ะ วันนี้มาเจอหลานๆของป้ากันค่ะ ป้ามีหลานๆจะแนะนำ ป้านั้นมีหลานๆมากมายเต็มบ้านเต็มเมือง อาจจะเป็นเพราะนิสัยที่(น่ารัก และความสวย)เป็นกันเองของป้า ทำให้มีหลานๆมากมายมาขอนับถือป้าค่ะ แต่มีแต่คนมาขอเป็นหลานๆไม่มีใครมาขอเป็นคู่ใจป้าเลยค่ะ(อุ๊ยยย ลืมไปมีคนนึงค่ะ ไม่บอกว่าใคร 55+) หลานๆที่ป้าจะแนะนำให้รู้จักกันวันนี้นั้น เป็นหลานๆที่สนิทกันมาก บางคนรุ้จักกันตั้งแต่ยังเด็กค่ะ(ประมาณ ป.3) สนิทสนม เรียนมาด้วยกันตลอด ดูหน้าตาแต่ละคนสิคะ(บางคนก็พอไหว แต่บางคนก็น่าอายมาก) แต่อย่างว่า..หน้าตาหรือจะสู้จิตใจอันใสสะอาดได้----เค้าบอกว่า(ใครอ่ะ)การคบคนให้ดูที่นิสัยใจคอ ให้เลือกคบคนที่มีลักษณะ และรสนิยมคล้ายๆเรา จะได้เข้ากันได้ค่ะ หลานๆกลุ่มนี้ก็ฝ่าฟันความลำบากหลายอย่างมาด้วยกัน แม้บางครั้งจะมีทะเลาะ แอบจิกกันบ้าง แต่เราก็ไม่ถือกันค่ะ แม้ว่าหลานๆบางคนในกลุ่มจะน่าตาลาวขนาดไหนเราก็คบกันได้ค่ะ(แม้จะพยายามไม่เดินใกล้ก็ตามค่ะ) เรามาดูที่ละคนดีกว่าว่าใครเป็นใคร (รูปนี้ป้าเป็นคนถ่ายนะคะ55+)
ในรูปนี้ประกอบด้วยคนเพียงแค่ 6 คน ที่เหลืออีกสองเป็นชัตเตอร์กดติดวิญญาณค่ะ เห็นมั้ยคะ เฮี้ยนขนาดไหน ที่เป็นผีก็คือ คนขวาสุดที่ก้มหัวอ่านอะไรซักอย่าง...เราไม่รู้จักนะคะ ส่วนคนซ้ายสุดที่ใส่แว่น...เราก็ไม่รู้จักค่ะ(อย่าไปสนใจเลย)


......คนแรกที่ป้าอยากแนะนำเลยคือ คนบนสุดค่ะ ที่ใส่ชุดลูกเสือ เธอมีนามว่า "ปิงปอง(เธอเรียกตัวเองว่าปองชมพู อี๋!!)" หลานคนนี้ป้ารู้จักตั้งแต่ประถมและค่ะ ออกแววเป็นสาวสวยตั้งแต่เด็ก 55+ เธอนั้นมีความมั่นใจในความสวยตัวเองมาก มักจะทารองพื้นหนาเป็นประจำ ชอบทำตัวมั่นใจ ชีเป็นลีดฯแต่เล็กแต่น้อยค่ะ(จำไม่ได้) หุ่นก็งั้นๆเหมือนจะดี คนนี้แปลกค่ะ ป้าไม่เคยรู้เลยว่าเธอมีผู้ชายในดวงใจรึยัง แปลกประหลาดที่สุดค่ะ อ้อออ เธอเป็นคนเซ้นซิทิฟด้วยค่ะ ร้องไห้ง่ายมาก เรียนก็อยู่ในระดับปานกลางค่ะ กีฬาโปรดก็วอลเลย์บอลมั้งคะ ใครสนใจ(ในหน้าตา)เธอ รีเควสมาที่ป้าเป็นรายบุคคลค่ะ แล้วป้าจะให้เมลล์ไป หึหึ


.......คนที่สองเป็นคนที่ถัดลงมาจากหลานปิงปองค่ะ เธอใส่ชุดลูกเสือ เธอมีนามว่า "น้องโบ๊ด(ร่างเล็ก)" คนนี้ถ้าป้าจำไม่ผิด รู้จักกันตั้งแต่ป.สามค่ะ(ตอนนั้นยังไปฉี่ด้วยกันอยู่เลยค่ะ) รู้สึกว่าเธอจะมีแววสาวเมื่อตอนม.1มั้งค่ะ ตอนเข้าม. 1ใหม่ๆเนี่ย ดูเรียบร้อยค่ะ ไม่ค่อยคุยกับใคร ต่อมาเจอะเหล่าผองเพื่อนพวกเดียวกัน สาวแตกอย่างแรงค่ะ ดีที่แม่เธอยอมรับได้ เลยไม่เกิดปัญหาอะไร เป็นคนนิสัยดีค่ะแต่มักจะแรงใส่เพื่อนๆและป้าเสมอ ชอบแอบจิกกัดคนอื่นแรงๆแสบๆคันๆ คนนี้ทารองพื้นหนามากค่ะเป็นเมตรเลย หุ่นก็กำลังดี(อวบอั๋น) มีผู้ชายหลายคนมาสนใจเธอค่ะ แต่อย่างว่าเธอบอกว่าสวยเลือกได้ ผลสุดท้ายเลยไม่มีใครเลือกเธอซักคนค่ะ ตอนนี้เลยตรงอยู่คนเดียวโดดเดี่ยวเดียวดาย(แต่มีเพื่อนๆมากมายนะคะ)


......คนที่สามนั้น เป็นคนที่ใส่ชุดนักเรียนที่อยู่สูงสุดเลยน่ะค่ะ ค่อนไปทางขวา(และค่อนข้างดำ) เธอมีนามว่าท็อปค่ะ แม่ตั้งให้ แต่เรามักจะเรียกเธอว่า "สินธพ(ที่แปลว่าม้าค่ะ)" คนนี้เคยเห็นตั้งแต่ม.1(แอบเล่นวอลเลย์เก่งนิสนึง) พึ่งมารู้จักกันจริงๆจังๆตอนม.2 เพราะได้มาอยู่ห้องเดียวกัน ตอนแรกเธอเป็นคนเงียบๆค่ะ แต่ต่อมาเมื่อมาเจอกลุ่มเพื่อนๆ(ที่น่ารักเหมือนกัน)แล้วเธอก็แต๋วแตกกระจายค่ะ นิสัยก็น่ารักดีค่ะ ชอบเด็ก---ชอบกินเด็กน่ะค่ะ(เพราะเด็กคอนโทรลง่าย) ดูหน้าเธอในรูปซิค่ะ เหยียดหยามคนอื่นมากมาย 55+


.......คนที่สามนั้น คนขวาสุดเลยค่ะ ที่ใส่แว่นขาวๆ ป้าเรียกเธอว่า"จ๋าย" แต่ส่วนใหญ่มักจะเรียกกันว่า อิแก่ เพราะว่าเธอมีผมหงอกมากมายเต็มหัวค่ะ คนนี้แหละค่ะที่แรงจริงๆ ชอบมั่นใจและทำตัวเด่นเกินเหตุ บางครั้งทำตัวเหมือนน่ารัก(แต่จริงๆแล้วไม่เลย - -) และที่แปลกประหลาดคือสเปคผู้ชายของเธอค่ะ ผู้ชายแต่ละคนนั้นดูไม่ได้เลย(ช่างน่าสงสาร เพราะตัวเองก็ดูไม่ได้เช่นกัน) เธอเรียนเก่งพอสมควรค่ะ(แต่ยังสู้ป้าไม่ได้นะ โฮะๆๆๆๆ)

.

.....คราวนี้มาเจอคนล่างสุด น้อง"พี" ค่ะ วัยรุ่นในอุดมคติ(ของใครก็ไม่รู้) ทำมาทุกอย่างตั้งแต่ดัดฟัน แต่งหน้า ใส่บิ๊กอาย ตีแบต แอบดูผู้ชายฉี่(ไม่สนับสนุนค่ะ) แม้กระทั่งแอบชอบรุ่นพี่ เธอมีหมดทุกอย่างค่ะ นิสัยน่ารักดี กวนๆบางครั้ง แอบมีลามกกามมากด้วยค่ะ เหอๆๆๆ เธอคนนี้หน้าใสตลอดเวลา เธอเล่นแบต(และวอลเลย์)เก่งพอตัว ลองดูในรูปจะโดดเด่นมาก แต่อย่าให้เธอใส่วิกนะคะ ถ้าใครได้เห็นป้ารับรองว่านอนไม่หลับอย่างแน่นอนค่ะ
.

.....คนสุดท้าย ไม่ท้ายสุด อยู่ทางซ้ายค่ะ ใส่ชุดนักเรียน(ไม่ช่ายผีสองตนนะคะ) ที่กำลังแอ๊บนั่งเรียบร้อยอยู่ค่ะ เธอคนนี้ชื่อว่า น้อง"อ๊อฟ" เธอเป็นคนเงียบๆค่ะ ถือว่าเป็นคนที่แปลกประหลาดและขี้งกสุดๆด้วยค่ะ ไม่มีวันที่ใครจะเอาเปรียบเธอได้เลย ไม่ว่าจะมีงานเลี้ยง หรือการบริโภคใดๆก็ตาม เธอผู้นี้จะเป็นคนที่รับประทานไปมากที่สุด แต่ก็จ่ายน้อยที่สุดเช่นกันค่ะ ความใฝ่ฝันของเธอนั้นก็คืออยากเจอผู้ชายจริงใจค่ะ(อย่าหวังเลย)

ความจริงแล้วป้ายังมีหลานๆอีกมากมายค่ะ ในรูปนี้เป็นเพียงตัวอย่างนิดๆหน่อยๆ ที่จริงยังมีหลานประเภทนี้อีกเป็น 10 คนค่ะ(ในห้องเดียวกันตอนม.ต้น) อาจจะเป็นเพราะนิสัยใจคอที่ใกล้เคียงกัน อุดมคติ(และความน่ารัก)ที่มีเหมือนๆกัน ทำให้พวกเราสนิทกันมากค่ะ บางครั้งคนภายนอกอาจจะรับไม่ได้กับหลานๆกลุ่มนี้(ไม่เกี่ยวกับป้านะคะ)แต่พวกหลานๆเค้าถือคติว่าไม่ได้ทำให้ใครเดือดร้อน เพราะฉะนั้นใครจะคิดอย่างไรกับเค้าก็ไม่เป็นไร ถึงแม้ว่าตอนนี้ป้าและหลานๆกลุ่มนี้จะอยู่ห่างไกลกันประมาณ 440 กม. แต่เรายังคิดถึงและติดต่อกันเสมอ ป้าก็อยากให้หลานๆกลุ่มนี้ตั้งใจเรียนมากๆค่ะ จะได้พิสูจน์ตัวเอง ว่าเป็นบุคคลที่มีคุณภาพต่อสังคมได้ค่ะ สู้ๆนะคะ
เดี๋ยวเย็นๆ มาเจอกันค่ะ กับเพื่อนรักรึว่าแอบรักเพื่อน 3

วันพุธที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2551

ป้าสมศรี and the gang



วันนี้เรามาพักเรื่องราวชวนปวดหัว ของเพื่อนแอบรักเพื่อน(น้องแอบรักพี่ นักเรียนแอบรักครู และอื่นๆอีกมากมาย)กันเถอะค่ะ วันนี้มาเจอหลานๆของป้ากันค่ะ ป้ามีหลานๆจะแนะนำ ป้านั้นมีหลานๆมากมายเต็มบ้านเต็มเมือง อาจจะเป็นเพราะนิสัยที่(น่ารัก และความสวย)เป็นกันเองของป้า ทำให้มีหลานๆมากมายมาขอนับถือป้าค่ะ แต่มีแต่คนมาขอเป็นหลานๆไม่มีใครมาขอเป็นคู่ใจป้าเลยค่ะ(อุ๊ยยย ลืมไปมีคนนึงค่ะ ไม่บอกว่าใคร 55+) หลานๆที่ป้าจะแนะนำให้รู้จักกันวันนี้นั้น เป็นหลานๆที่สนิทกันมาก บางคนรุ้จักกันตั้งแต่ยังเด็กค่ะ(ประมาณ ป.3) สนิทสนม เรียนมาด้วยกันตลอด ดูหน้าตาแต่ละคนสิคะ(บางคนก็พอไหว แต่บางคนก็น่าอายมาก) แต่อย่างว่า..หน้าตาหรือจะสู้จิตใจอันใสสะอาดได้----เค้าบอกว่า(ใครอ่ะ)การคบคนให้ดูที่นิสัยใจคอ ให้เลือกคบคนที่มีลักษณะ และรสนิยมคล้ายๆเรา จะได้เข้ากันได้ค่ะ หลานๆกลุ่มนี้ก็ฝ่าฟันความลำบากหลายอย่างมาด้วยกัน แม้บางครั้งจะมีทะเลาะ แอบจิกกันบ้าง แต่เราก็ไม่ถือกันค่ะ แม้ว่าหลานๆบางคนในกลุ่มจะน่าตาลาวขนาดไหนเราก็คบกันได้ค่ะ(แม้จะพยายามไม่เดินใกล้ก็ตามค่ะ) เรามาดูที่ละคนดีกว่าว่าใครเป็นใคร (รูปนี้ป้าเป็นคนถ่ายนะคะ55+)

ในรูปนี้ประกอบด้วยคนเพียงแค่ 6 คน ที่เหลืออีกสองเป็นชัตเตอร์กดติดวิญญาณค่ะ เห็นมั้ยคะ เฮี้ยนขนาดไหน ที่เป็นผีก็คือ คนขวาสุดที่ก้มหัวอ่านอะไรซักอย่าง...เราไม่รู้จักนะคะ ส่วนคนซ้ายสุดที่ใส่แว่น...เราก็ไม่รู้จักค่ะ(อย่าไปสนใจเลย)


......คนแรกที่ป้าอยากแนะนำเลยคือ คนบนสุดค่ะ ที่ใส่ชุดลูกเสือ เธอมีนามว่า "ปิงปอง(เธอเรียกตัวเองว่าปองชมพู อี๋!!)" หลานคนนี้ป้ารู้จักตั้งแต่ประถมและค่ะ ออกแววเป็นสาวสวยตั้งแต่เด็ก 55+ เธอนั้นมีความมั่นใจในความสวยตัวเองมาก มักจะทารองพื้นหนาเป็นประจำ ชอบทำตัวมั่นใจ ชีเป็นลีดฯแต่เล็กแต่น้อยค่ะ(จำไม่ได้) หุ่นก็งั้นๆเหมือนจะดี คนนี้แปลกค่ะ ป้าไม่เคยรู้เลยว่าเธอมีผู้ชายในดวงใจรึยัง แปลกประหลาดที่สุดค่ะ อ้อออ เธอเป็นคนเซ้นซิทิฟด้วยค่ะ ร้องไห้ง่ายมาก เรียนก็อยู่ในระดับปานกลางค่ะ กีฬาโปรดก็วอลเลย์บอลมั้งคะ ใครสนใจ(ในหน้าตา)เธอ รีเควสมาที่ป้าเป็นรายบุคคลค่ะ แล้วป้าจะให้เมลล์ไป หึหึ


.......คนที่สองเป็นคนที่ถัดลงมาจากหลานปิงปองค่ะ เธอใส่ชุดลูกเสือ เธอมีนามว่า "น้องโบ๊ด(ร่างเล็ก)" คนนี้ถ้าป้าจำไม่ผิด รู้จักกันตั้งแต่ป.สามค่ะ(ตอนนั้นยังไปฉี่ด้วยกันอยู่เลยค่ะ) รู้สึกว่าเธอจะมีแววสาวเมื่อตอนม.1มั้งค่ะ ตอนเข้าม. 1ใหม่ๆเนี่ย ดูเรียบร้อยค่ะ ไม่ค่อยคุยกับใคร ต่อมาเจอะเหล่าผองเพื่อนพวกเดียวกัน สาวแตกอย่างแรงค่ะ ดีที่แม่เธอยอมรับได้ เลยไม่เกิดปัญหาอะไร เป็นคนนิสัยดีค่ะแต่มักจะแรงใส่เพื่อนๆและป้าเสมอ ชอบแอบจิกกัดคนอื่นแรงๆแสบๆคันๆ คนนี้ทารองพื้นหนามากค่ะเป็นเมตรเลย หุ่นก็กำลังดี(อวบอั๋น) มีผู้ชายหลายคนมาสนใจเธอค่ะ แต่อย่างว่าเธอบอกว่าสวยเลือกได้ ผลสุดท้ายเลยไม่มีใครเลือกเธอซักคนค่ะ ตอนนี้เลยตรงอยู่คนเดียวโดดเดี่ยวเดียวดาย(แต่มีเพื่อนๆมากมายนะคะ)


......คนที่สามนั้น เป็นคนที่ใส่ชุดนักเรียนที่อยู่สูงสุดเลยน่ะค่ะ ค่อนไปทางขวา(และค่อนข้างดำ) เธอมีนามว่าท็อปค่ะ แม่ตั้งให้ แต่เรามักจะเรียกเธอว่า "สินธพ(ที่แปลว่าม้าค่ะ)" คนนี้เคยเห็นตั้งแต่ม.1(แอบเล่นวอลเลย์เก่งนิสนึง) พึ่งมารู้จักกันจริงๆจังๆตอนม.2 เพราะได้มาอยู่ห้องเดียวกัน ตอนแรกเธอเป็นคนเงียบๆค่ะ แต่ต่อมาเมื่อมาเจอกลุ่มเพื่อนๆ(ที่น่ารักเหมือนกัน)แล้วเธอก็แต๋วแตกกระจายค่ะ นิสัยก็น่ารักดีค่ะ ชอบเด็ก---ชอบกินเด็กน่ะค่ะ(เพราะเด็กคอนโทรลง่าย) ดูหน้าเธอในรูปซิค่ะ เหยียดหยามคนอื่นมากมาย 55+


.......คนที่สามนั้น คนขวาสุดเลยค่ะ ที่ใส่แว่นขาวๆ ป้าเรียกเธอว่า"จ๋าย" แต่ส่วนใหญ่มักจะเรียกกันว่า อิแก่ เพราะว่าเธอมีผมหงอกมากมายเต็มหัวค่ะ คนนี้แหละค่ะที่แรงจริงๆ ชอบมั่นใจและทำตัวเด่นเกินเหตุ บางครั้งทำตัวเหมือนน่ารัก(แต่จริงๆแล้วไม่เลย - -) และที่แปลกประหลาดคือสเปคผู้ชายของเธอค่ะ ผู้ชายแต่ละคนนั้นดูไม่ได้เลย(ช่างน่าสงสาร เพราะตัวเองก็ดูไม่ได้เช่นกัน) เธอเรียนเก่งพอสมควรค่ะ(แต่ยังสู้ป้าไม่ได้นะ โฮะๆๆๆๆ)


......คราวนี้มาเจอคนล่างสุด น้อง"พี" ค่ะ วัยรุ่นในอุดมคติ(ของใครก็ไม่รู้) ทำมาทุกอย่างตั้งแต่ดัดฟัน แต่งหน้า ตีแบต แอบดูผู้ชายฉี่(ไม่สนับสนุนค่ะ) แม้กระทั่งแอบชอบรุ่นพี่ เธอมีหมดทุกอย่างค่ะ นิสัยน่ารักดี กวนๆบางครั้ง แอบมีลามกกามมากด้วยค่ะ เหอๆๆๆ เธอคนนี้หน้าใสตลอดเวลาค่ะ ลองดูในรูปจะโดดเด่นมาก แต่อย่าให้เธอใส่วิกนะคะ ถ้าใครได้เห็นป้ารับรองว่านอนไม่หลับอย่างแน่นอนค่ะ


......คนสุดท้าย ไม่ท้ายสุด อยู่ทางซ้ายค่ะ ใส่ชุดนักเรียน(ไม่ช่ายผีสองตนนะคะ) ที่กำลังแอ๊บนั่งเรียบร้อยอยู่ค่ะ เธอคนนี้ชื่อว่า น้อง"อ๊อฟ" เธอเป็นคนเงียบๆค่ะ ถือว่าเป็นคนที่แปลกประหลาดและขี้งกสุดๆด้วยค่ะ ไม่มีวันที่ใครจะเอาเปรียบเธอได้เลย ไม่ว่าจะมีงานเลี้ยง หรือการบริโภคใดๆก็ตาม เธอผู้นี้จะเป็นคนที่รับประทานไปมากที่สุด แต่ก็จ่ายน้อยที่สุดเช่นกันค่ะ

ความจริงแล้วป้ายังมีหลานๆอีกมากมายค่ะ ในรูปนี้เป็นเพียงตัวอย่างนิดๆหน่อยๆ ที่จริงยังมีหลานประเภทนี้อีกเป็น 10 คนค่ะ(ในห้องเดียวกันตอนม.ต้น) อาจจะเป็นเพราะนิสัยใจคอที่ใกล้เคียงกัน อุดมคติ(และความน่ารัก)ที่มีเหมือนๆกัน ทำให้พวกเราสนิทกันมากค่ะ บางครั้งคนภายนอกอาจจะรับไม่ได้กับหลานๆกลุ่มนี้(ไม่เกี่ยวกับป้านะคะ)แต่พวกหลานๆเค้าถือคติว่าไม่ได้ทำให้ใครเดือดร้อน เพราะฉะนั้นใครจะคิดอย่างไรกับเค้าก็ไม่เป็นไร ถึงแม้ว่าตอนนี้ป้าและหลานๆกลุ่มนี้จะอยู่ห่างไกลกันประมาณ 440 กม. แต่เรายังคิดถึงและติดต่อกันเสมอ ป้าก็อยากให้หลานๆกลุ่มนี้ตั้งใจเรียนมากๆค่ะ จะได้พิสูจน์ตัวเอง ว่าเป็นบุคคลที่มีคุณภาพต่อสังคมได้ค่ะ สู้ๆนะคะ

เดี๋ยวเย็นๆ มาเจอกันค่ะ กับเพื่อนรักรึว่าแอบรักเพื่อน 3

บวงสรวง blog ค่ะ



วันนี้ป้าสมศรีก็ได้ฤกษ์เปิดตัว blog อย่างเป็นทางการแล้วนะคะหลานๆ ป้าเริ่มร่างบทความนี้เมื่อ 16.59น. ถือว่าเป็นเวลาดีค่ะ(ตรงไหน) ป้าอยากจะชี้แจงหลานๆทุกคน ในเรื่องของวัตถุประสงค์ของ blog นี้ค่ะ ป้ามีความต้องการให้blogนี้เป็นส่วนของวาไรตี้ทุกประเภท ที่ทุกคนสามารถแลกเปลี่ยนความคิดเห็น หรือปรึกษาปัญหา(หัวใจ)ได้ โดยป้าถือว่าป้าค่อนข้างที่จะมีอายุ(แก่)แล้ว ได้ผ่านประสบการณ์หลากหลายของชีวิตมามากมาย ป้าอยากที่จะนำความรู้ และข้อคิดต่างๆนั้นมาให้หลานๆทุกคนค่ะ โดยใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่(สำหรับป้า)นั้นก็คือblogนี้นั่นแหละค่ะ ทำให้บางครั้งblogนี้อาจจะไม่สวยงาม(น้อย แต่สวยงามมาก) แต่ป้าหวังว่าทุกคนจะได้รับประโยชน์จากป้าสมศรีอย่างเต็มที่ค่ะ ป้าจะสรุปเนื้อหาหัวข้อต่างๆดังนี้ค่ะ



  1. ยายเม้าท์วอนสอนหญิง ป้าก็มีเพื่อนผู้หญิงมากมายค่ะ(ทุกคนที่เกี่ยวข้องกับป้า ล้วนมีอันเป็นไปทั้งสิ้น ^^) ทำให้ป้ามีประสบการณ์การดำรงตนของผู้หญิงที่มีประโยชน์มากมาย ไม่ว่าจะเป็นการวางตัวให้เหมาะสม การเป็นสาวมั่น ทำให้ยังให้ผู้ชายหลงเสน่ห์ โอ๊ยยยยย มากมายหาจะพรรณนาได้หมดค่ะ

  2. ความรัก ป้านั้นเคยผ่านความรักมาแล้วทุกรูปแบบค่ะ(ไม่ว่าจะชายหญิง ชายชาย หญิงหญิง)ป้าสมศรีขออาสารับหน้าที่เป็นศิราณี(บุคคลสำหรับปรึกษาปัญหาหัวใจ)กับหลานๆทุกๆคนค่ะ

  3. วิชาการ ป้านั้นเคยเป็นครูสอนวิชาชีววิทยามาก่อนค่ะ(ตอนอนุบาล4) ทำให้ป้านั้น(บอกอย่างถ่อมตน)มีความเชี่ยวชาญอย่างมากในวิชาชีววิทยา หากหลานๆคนใดมีข้อสงสัยถามป้าได้ค่ะ อ๊อ!ถ้าป้าว่างจะก็จะหาข้อสอบเก่าๆมาให้ฝึกทำนะคะ(ข้อสอบตอนอนุบาล4)

  4. ป้าอยากให้ทุกคนมีกำลังใจค่ะ จากเวลาหลายปี(ประมาณ80ปี)ที่ป้าได้มีชีวิตล่วงเลยมา ป้าพบว่ากำลังใจเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดค่ะ เพราะฉะนั้นป้าจะมีบทความที่จะสามารถสร้างกำลังใจ และข้อคิดดีๆให้กับหลานๆอย่างสม่ำเสมอค่ะ

ป้ามีเรื่องราวอีกมากมายที่จะถ่ายทอดให้หลานๆหวังว่าหลานๆนั้นจะได้รับประโยชน์อย่างเต็มที่ค่ะ


หากหลานคนใดอยากคุยกับป้าโดยตรง(สนใจในหน้าตา)โพสเมลล์ไว้ค่ะแล้วป้าจะแอดไปหา


อย่าลืมนะคะ!!!!! ป้าสมศรีช่วยได้เสมอค่ะ